ข้อมูลทั่วไป

ชื่อสถานศึกษา : โรงเรียนสมบูรณ์ศาสน์อิสลามSomboonsaad Islam School
ที่ตั้ง : 72  หมู่ที่  1ถนนเพชรเกษม  ตำบลดอน  อำเภอปะนาเระ  จังหวัดปัตตานี
โทรศัพท์ : 0-7335-1304  โทรสาร :0-7335-1304
Website : www.somboonsaad.com
E – mailsomboon-sbsi@hotmail.com
ใบอนุญาต : จดทะเบียนเป็นมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนสมบูรณ์ศาสน์อิสลาม เลขที่ ปน 40/2549 ลงวันที่  23 มีนาคม พ.ศ. 2549
สังกัด: สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการภายใต้การดูแลของ สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดปัตตานี
เขตพื้นที่การศึกษา : ปัตตานี เขต 1
เปิดการสอนตั้งแต่:

  • หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยอนุบาล 1-3
  • หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6
  • หลักสูตรอิสลามศึกษา ระดับอิบตีดาอียะห์ มุตตาวาซีเฏาะ และซานาวียะห์ปีที่ 1-10
  • หลักสูตรเรียนภาคค่ำ (กีตาบ-อัลกุรอ่าน) สำหรับนักเรียนประจำหอพัก
  • หลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) ศูนย์ฝึกประจำการ ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ประวัติสถานศึกษา

โรงเรียนสมบูรณ์ศาสน์อิสลาม จดทะเบียนก่อตั้งครั้งแรกเป็นปอเนาะ ตั้งขึ้น ณ บ้านเลขที่ 99  หมู่ที่ 1  ตำบลดอน  อำเภอปะนาเระ  จังหวัดปัตตานี  เมื่อวันที่ 30  ธันวาคม  2509  โดย นายปิ  เจะมิง  เป็นผู้ได้รับอนุญาต และมี นายหะยีการิยา บีรู  ซึ่งจบการศึกษาด้านอัลกุรอาน จากนครมักกะห์  ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นโต๊ะครู  โดยในระยะเริ่มแรกรับเฉพาะนักเรียนที่เป็นคนในหมู่บ้านเท่านั้น ต่อมาได้รับความเชื่อถือและศรัทธาจากประชาชนในด้านการเรียนการสอนอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน  ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านอื่นๆส่งบุตรหลานเข้าเรียนเพิ่มมากขึ้นทุกๆปี

วันที่ 23  มกราคม 2517  นายปิ  เจะมิง ได้รับอนุญาตจดทะเบียนเปลี่ยนสภาพจากปอเนาะเป็น     โรงรียนในนาม “โรงเรียนบ้านราวอ”  พร้อมกับได้ย้ายสถานที่มาอยู่ ณ เลขที่ 72  หมู่ที่ 1 ตำบลดอน  อำเภอ ปะนาเระ  จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งปัจจุบันของโรงเรียน เปิดสอนวิชาศาสนา  ภาษาอาหรับ  และภาษาไทย ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการปับปรุงส่งเสริมปอเนาะของเขตการศึกษา 2 พ.ศ. 2504  ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ถึง ชั้นปีที่ 4  โดยมีนายปิ  เจะมิง  เป็นผู้รับใบอนุญาต  นายหะยีซาการียา  บีรู เป็นผู้จัดการ  และนายฮามะ  เจะมิง  เป็นครูใหญ่  มีอาคารเรียนเป็นเรือนไม้ชั้นเดียว จำนวน 1 หลัง

ในปีเดียวกันนี้โรงเรียนบ้านราวอ ได้จัดตั้ง “ศูนย์พัฒนากอรีปัตตานี” โดยเปิดอบรมนักกอรี(นักอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน) จาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้อันประกอบด้วยจังหวัด สตูล สงขลา นราธิวาส  ยะลา  และปัตตานี  และจังหวัดใกล้เคียง คือ พัทลุง และกระบี่ โดยมีหะยีอับดุลเลาะ  ซอเซวี  ชาวกรุงเทพฯ เป็นประธานศูนย์ฯ ได้ทำการมอบวุฒิบัตรแก่นักกอรีที่สำเร็จในการอบรมครั้งนี้ ในวันที่ 6 – 7  มีนาคม  2517 ณ  โรงเรียนบ้านราวอ

ปี พ.ศ. 2524  โรงเรียนได้เปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนบ้านราวอ เป็น “โรงเรียนสมบูรณ์ศาสน์อิสลาม”  และก่อนได้รับอนุญาตให้เปิดสอนหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-ม.3) พ.ศ. 2521 ในปี พ.ศ. 2525 โรงเรียนได้ใช้หลักสูตรการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จ ระดับ 3 – 4  พ.ศ. 2522   และต่อมาในปี พ.ศ. 2531  ได้เปิดสอนเสริมในหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น พ.ศ. 2525  ของกรมการศึกษานอกโรงเรียน  กระทรวงศึกษาธิการ

ปี พ.ศ. 2541  โรงเรียนได้รับอนุญาตเปลี่ยนสภาพโรงเรียน จากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2525 มาตรา 15(2) เป็นโรงเรียนฯในมาตรา 15(1)

ปี พ.ศ. 2543  โรงเรียนได้รับอนุญาตให้เปิดสอนหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พ.ศ. 2521 (ปรับปรุง 2533) แผนการเรียนอังกฤษ-คณิต  มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รุ่นแรก จำนวน 85 คน  เป็นชาย 31 คน  เป็นหญิง 54 คน

ปี พ.ศ. 2545  นายหะยีการิยา  บีรู  โต๊ะครูและอดีตผู้จัดการโรงเรียน เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคหัวใจ ณ โรงพยาบาลปัตตานี ในวัย 75 ปี

ปี  พ.ศ. 2546  โรงเรียนมีนักเรียนสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  เป็นรุ่นแรกจำนวน 30 คน เป็นชาย 11 คน  เป็นหญิง  19 คน  ในจำนวนนี้สามารถสอบเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี โดยวิธีรับตรง (เอนท์ฯ ตรง) ได้จำนวน 4 คน ในสาขาวิชาเอกอิสลามศึกษา ของวิทยาลัยอิสลามศึกษา  วิชาเอกรัฐศาสตร์  การจัดการสารสนเทศ  และมลายูศึกษา  ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  วิชาเอกละ 1 คน

และในปีเดียวกันนี้โรงเรียนได้เริ่มใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542  ในช่วงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และช่วงชั้นที่ 4   ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

ปี  พ.ศ. 2548  โรงเรียนได้รับการประเมินคุณภาพเป็นปีแรกโดยคณะกรรมการประเมินคุณภาพภายนอกระหว่างวันที่  27 – 29 มิถุนายน  2548ประเมินระดับคุณภาพในระดับดี

ปี พ.ศ.  2549โรงเรียนได้เปิดหลักสูตรสามัญศึกษาแผนกวิทย์ – คณิต มัธยมศึกษาตอนปลาย ม.4  เป็นปีแรกและมีจำนวนนักเรียน   65  คน  และในปีเดียวกันโรงเรียนได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนสมบูรณ์ศาสน์อิสลาม  ในนาม    นายมะตารอยี   บีรู  เป็นประธานมูลนิธิ  และปีนี้เช่นกันนักเรียนได้สอบเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จำนวน  5  คน

ปี  พ.ศ. 2552  โรงเรียนได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสอง โดยคณะกรรมการประเมินคุณภาพภายนอกระหว่างวันที่  2 – 4  ธันวาคม  2552 และทางโรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารหอนักเรียนชาย  อาคาร 4 ชั้น จำนวน 1 หลัง

ปี พ.ศ. 2553  ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้สถานศึกษาใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ทั่วประเทศ และทางโรงเรียนได้จัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และใช้ในปีการศึกษา 2553 อย่างเป็นทางการ

ปี พ.ศ. 2554  โรงเรียนได้ขออนุญาตใช้อาคารและขยายความจุนักเรียน  เป็นจำนวนห้องเรียนทั้งหมด  46 ห้อง และรับจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น  2,070  คน  และเป็นปีแรกเปิดหลักสูตรวิชาทหาร (นศท.)  นักเรียนที่ได้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 20 คน เริ่มเรียนปีการศึกษา 2555  ในปีเดียวกันทางโรงเรียนขออนุญาตเปิดกองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่  จำนวน 1 เหล่า   โดยผู้กำกับลูกเสือ นางสาวอิทธิศานต์  หะยีเจ๊ะนะ  เปิดรับหลักสูตรในปีการศึกษา 2555 เช่นเดียวกัน

ปี พ.ศ. 2555  โรงเรียนได้ขออนุญาตขยายหลักสูตรระดับปฐมวัย ในระดับชั้นอนุบาล 1 ถึง ชั้นอนุบาล 3 เปิดรับสมัครในปีการศึกษา 2556  และประกาศเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ ซึ่งมีจำนวนนักเรียนทั้งหมด 1,190 คน

ปี พ.ศ. 2556  โรงเรียนได้ขออนุญาตขยายหลักสูตรระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 จะเปิดรับสมัครในปีการศึกษา 2557  และได้ปรับปรุงอาคารเรียนเพื่อแยกส่วนระดับอนุบาล และระดับประถม เพื่ออำนวยความสะดวกในการดูแล ควบคุม  และทางโรงเรียนได้ขยายที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารละหมาด 2 ชั้น จำนวน 1 หลัง

ปี พ.ศ. 2558  โรงเรียนได้ขออนุญาตปรับปรุง ซ่อมแซมอาคารและขยายความจุนักเรียน  จากเดิมจำนวนห้องเรียนทั้งหมด  46 ห้อง ความจุนักเรียนทั้งสิ้น  2,070  คน  เป็นจำนวนห้องเรียนทั้งหมด  51 ห้อง ความจุนักเรียนทั้งสิ้น  2,295  คน  และมีจำนวนบุคลากรครูทั้งสิ้น  150  คน

ปัจจุบันโรงเรียนได้จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับการศึกษาปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนได้จัดสรรอาคารเรียนอย่างชัดเจน และมีการโยกย้ายสำนักงานมัธยมศึกษา ไปอยู่อาคารดาโต๊ะ 3

    Write a comment